หมอดูกรุงสยามผู้เชี่ยวชาญด้านการตั้งศาลพระภูมิ

 
 

เจ้าที่ ที่เป็นสัตว์

         เจ้าที่ นั้นเป็นได้ทั้งผี และอาจที่จะเป็นสัตว์ ปรากฏให้ผู้คนได้เห็น กันอยู่จนถึงปัจจุบัน เช่น ศาลเจ้า แม่งู เป็นต้น แต่ในวันนี้อาจารย์จะนำเรื่องในอดีตมาเล่าสู่กันฟัง เมื่อประมาณ 60 หรือ 70 ปี ที่แล้ว บ้านเมืองของเรายังไม่เจริญเหมือนสมัยนี้ การเดินทางยังมีความยากลำบากมาก ส่วนมากจะใช้เรือเป็นพาหนะในการเดินทาง สมัยนั้นสัตว์น้ำมีอยู่มากมาย หนึ่งในสัตว์เหล่านั้นคือ จระเข้ ซึ่งมีความดุร้ายมาก ทำให้ชาวบ้านที่เดินทาง ทางน้ำต้องระวังตัวกันมาก ในขณะเดินทาง มีสถานที่หนึ่งเรียกกันว่า ลานเท ซึ่งในปัจจุบันนั้นจะเปลี่ยนแปลงไปมากแค่ไหน อาจารย์ไม่ทราบได้ นี่เป็นเรื่องเล่าจากคุณยาย ที่เล่าให้อาจารย์ได้รับรู้ เรื่องในอดีตและนำมาถ่ายทอดให้คุณได้รับรู้อีกทีหนึ่ง สถานที่ที่เรียกกันว่า ลานเท นั้นอยู่ที่อยุธยา เป็นอ่าวกว้างมีทางแยกของแม่น้ำเจ้าพระยา ออกเป็นหลายสาย ณ.ที่ตรงนั้นมีศาลอยู่ศาลหนึ่งเรียกกันว่า ศาลเจ้าแม่ลานเท ซึ่งล่ำลือกันว่า มีความศักดิ์สิทธิ์มาก บริวารของเจ้าแม่ก็คือ จระเข้ตัวใหญ่ๆ หลายตัว คนในสมัยนั้นบอกกล่าวกันว่า มีถ้ำของจระเข้ขนาดใหญ่อยู่บริเวณนั้น ในสมัยนั้นจะมีพ่อค้าวัว พ่อค้าควาย นำวัว-ควายมาข้ามฝั่ง บริเวณนี้อยู่เป็นประจำ ก่อนจะข้ามฝั่งต้องมีเครื่องเซ่นสังเวยให้กับเจ้าแม่นั้นก็คือ วัวหรือควายที่พ่อค้าจะนำมาข้ามฝั่งนั้นเอง เคยมีพ่อค้าวัวต่างถิ่นมาข้ามฝั่งในบริเวณนั้น แต่กลับไม่ทำตามที่คนแถวนั้นแนะนำ วัวที่เขาต้อนข้ามแม่น้ำตรงนั้น ต้องโดนจระเข้ของเจ้าแม่ กัดตายทั้งฝูงไม่มีตัวไหนรอดคมเขี้ยวของจระเข้เจ้าแม่ได้เลย แม้แต่ตัวของพ่อค้าเองก็ยังเอาชีวิตไม่รอด ทำให้ไม่มีใครกล้ามาลองดีอีกเลย การบนและถวายเครื่องเซ่นสังเวยนั้น เขาจะบนด้วยลูกวัวหรือลูกควายเพียงตัวเดียว เมื่อจุดธูปบอกกล่าวกับเจ้าแม่แล้ว ก็ทำการต้อนวัวหรือควายลงน้ำข้ามฝั่งตรงหน้าศาลนั้น เป็นเรื่องที่แปลกมาก ในระหว่างที่ต้อนวัวควายข้ามฝั่งนั้น มีจระเข้ลอยขนาบข้าง ฝูงวัว-ควายทั้งสองข้าง แต่มิได้ทำอันตรายกับฝูงวัว-ควายนั้นเลย นอกจากลูกวัว-ลูกควาย ที่พ่อค้านำมาถวายให้กับเจ้าแม่เป็นค่าผ่านทางเท่านั้น ที่ต้องเป็นเหยื่อของจระเข้ขนาดใหญ่ จนกระทั่งในเย็นวันหนึ่ง ได้มีพ่อค้าต่างถิ่นต้อนฝูงควายมาถึงตรง ศาลเจ้าแม่ลานเท และได้ทำการจุดธูป นำเครื่องเซ่นสังเวยมาถวายกับเจ้าแม่ นั้นก็คือ ลูกควายที่ยังไม่หย่านมแม่ เมื่อจุดธูปถวายเครื่องสังเวยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็นำเจ้าลูกควายนั้นผูกติดกับศาลเจ้าแม่อย่างแน่นหนา และสั่งให้ลูกน้องทำการต้อนควายข้ามฝั่งไปทันที เพราะว่าในเวลานั้นใกล้มืดเต็มทีแล้ว จะด้วยเป็นความตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจ ของพ่อค้าควายคนนั้นก็สุดจะเดาได้ ควายตัวสุดท้าย ที่เขาต้อนข้ามแม่น้ำ คือ แม่ควายที่ยืนดูลูกของตน ถูกผูกติดกับเสาของศาลอย่างแน่นหนา ควายตัวแม่จะไม่ยอมข้ามฝั่ง เนื่องด้วยมีความห่วงลูกเป็นธรรมดา แต่กลับโดนพ่อค้าควายโบยตีอย่างแรง เสียงร้องของควายแม่-ลูกดังไปทั่ว ลานเทเมฆฝนตั้งเค้าและตกลงมาอย่าง ไม่มีปี่มีขลุ่ย ท้องฟ้าก็มืดมนจนมองอะไรไม่เห็น ทันใดนั้น ด้วยความที่ ลูกควายยังไมหย่านมแม่ และเห็นแม่ของตนกำลังเดินจากตนไป พร้อมกับฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก เจ้าลูกควายก็ออกแรงกระชากเชือกที่มัดตนเอง กับศาลเจ้าแม่อย่างสุดแรงเกิด เพื่อที่จะได้วิ่งตามแม่ของมันให้ทัน เป็นเหตุให้ศาลเจ้าแม่ลานเท ที่มีความเก่ามากแล้ว ไม่สามารถจะตั้งอยู่ได้ ทำให้ศาลเจ้าแม่ลานเทนั้นพังทลายลงมา ตามแรงของลูกควายที่ออกแรงวิ่ง ไปข้างหน้าเพื่อที่จะตามแม่ของมัน ในขณะนั้นฝูงควายทั้งหมดได้ข้ามมาถึงกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ก็ถูกจระเข้เข้ากัดอย่างไม่ปรานี เสียงร้องของคนและสัตว์ดังแข่งกับสายฝน แต่ไม่มีใครกล้าลงไปในแม่น้ำ เพื่อให้ความช่วยเหลือพ่อค้าพวกนั้น ขณะนี้แม่น้ำเจ้าพระยาตรงลานเทได้เปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ไม่มีเสียงร้องของสิ่งมีชีวิต แต่กลับมีแต่ซากศพของคนและสัตว์ ลอยอยู่เต็มแม่น้ำเจ้าพระยา ทุกตัวอักษรที่อาจารย์ได้นำมาถ่ายทอดให้พวกคุณได้รับรู้ ล้วนเป็นเรื่องที่ได้เกิดขึ้นจริง เราจะเห็นได้ว่าเรื่องของเจ้าที่นั้น ท่านจะให้เราได้ทั้งคุณและโทษ ขึ้นอยู่ว่าเราจะเคารพนับถือท่านมากน้อยแค่ไหน โอกาสหน้าอาจารย์จะนำเรื่องแปลกๆ แต่ได้เกิดขึ้นมาแล้วจริงในสังคมของมนุษย์ มาเล่าให้ฟังใหม่นะครับวันนี้สวัสดีครับ