หมอดูกรุงสยามผู้เชี่ยวชาญด้านการตั้งศาลพระภูมิ

 
 

รุกขเทวา...ไม่พอใจพระภูมิ

          สมัยที่ผมยังเป็นเด็ก คุณตาได้เล่าเรื่อง ทำไมรุกขเทวาไม่พอใจพระภูมิให้ฟัง คุณตาบอกว่า ในตอนนั้นคุณตายังเป็นเด็ก บ้านคุณตาอยู่ใกล้วัดสะพาน วัดนี้มีชื่อเสียงมากในเรื่องของผีดุ พอตกเย็นไม่มีผู้ใด กล้าเดินผ่านกองฟอนที่เผาศพเลย ( ในสมัยนั้นเขาเผาศพกันกลางแจ้ง ไม่มีเมรุเผาศพเหมือนสมัยนี้ ) เพราะว่า ถ้ามีคนไหนเดินผ่าน จะต้องได้เจอกับของดีแน่ๆ ผมคิดว่าของดีแบบนี้ คงจะไม่มีใครอยากที่จะเจอ เพราะว่าของดีที่ว่านั้น ก็คือโดนผีหลอกนั่นเอง คุณตาได้เล่าต่อไปว่า ทุกคืนวันเพ็ญ หมาที่ทางวัดเลี้ยงไว้ จะหอนโหยหวนทั้งคืนจนถึงรุ่งสาง จึงจะหยุด แต่มีอยู่วันหนึ่ง เป็นคืนวันเพ็ญ ที่คุณตาได้บอกว่าจะไม่มีวันลืมเลย ในวันนั้นคุณตาตื่นมา กลางดึก เพราะเกิดปวดท้องปัสสาวะขึ้นมาตามประสาเด็ก คุณตาได้เดินลงมาใต้ถุนบ้านเพื่อที่จะมาปัสสาวะ ( คุณตาเป็นเด็กที่ไม่กลัวผี ) คุณตาได้บอกว่าในวันนั้น เป็นเรื่องแปลกมากเพราะว่า เป็นคืนเดือนเพ็ญ แต่ไม่มีเสียงสุนัขหอนเลย คุณตาก็ไม่ได้คิดอะไรเดินไปที่ห้องน้ำ ก่อนที่จะถึงห้องน้ำ ( ในสมัยโบราณเขาสร้างห้องน้ำอยู่ห่างบ้านพอสมควร ) คุณตาได้ยินเสียงใครทะเลาะกัน อยู่หน้าบ้านเสียงดังมาก คุณตาคิดว่า ดึกดื่นป่านนี้แล้ว ใครยังมาทะเลาะกัน อยู่หน้าบ้านก็เลยเดินไปดู สิ่งที่คุณตาเห็นนั้น คือ ชายสองคนกำลังเถียงกัน ในเรื่องอะไรก็ฟังไม่ถนัดนัก แต่ลักษณะและเครื่องแต่งกายของชาย ทั้งสองคนนั้นดูแปลกตา มีความสว่างไสวมาก ดูว่าจะเหมือนลิเกก็ไม่ใช่ เพราะว่า มีความสวยงามมาก คุณตาพยายามที่จะเข้าไปใกล้ ๆ เพื่อที่จะได้ฟังว่าเขาทะเลาะกันเรื่องอะไร ในทันใดที่คุณตาก้าวเท้าเข้าไป ชายที่ยืนอยู่ ท่านหนึ่ง ก็หันมาทางคุณตา แล้วบอกว่าไอ้หนูเอ็งบอกเขาซิว่า ข้านั้นอยู่มาตั้งนานแล้ว ตั้งแต่เอ็งเกิดมา ก็เห็นข้าแล้ว เขาพึ่งได้รับเชิญมาอยู่เมื่อไม่กี่ปีนี้เอง ให้เขาให้ความเคารพข้าบ้าง ชายอีกท่านที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็บอกว่า อยู่ก่อนอยู่หลังไม่สำคัญ มิใช่ผมจะมาขอเขาอยู่ที่ไหน เขาเชิญให้ผมมาอยู่ที่นี่ เพื่อที่จะได้ช่วยคุ้มครองบ้าน และคนในบ้านให้อยู่เย็นเป็นสุข ถ้าท่านมีบารมีสูงจริง ทำไม ไม่คุ้มครองคนในบ้านให้มีความสุข ต้องให้เจ้าของบ้านเขามาเชิญผมมาด้วย พูดอย่างนี้แสดงว่า ท่านแน่มากใช่ไหม ต้องสั่งสอนให้รู้ว่าใครใหญ่ในที่นี้ ว่าแล้วท่านก็ทำตัวจนสูงใหญ่ เท่าต้นไทร แล้วยกมือฟาดลงมาบนหัวผู้ชายอีกคน ที่สวมชฎา ชายคนนั้นหลบทัน แต่มือใหญ่ที่ฟาดลงมา ก็โดนยอดชฎาหัก ทำให้ท่านโมโหมาก ชักมีดออกมาแล้วฟันมือใหญ่นั้น จนขาดออกจากแขน ทำให้ชายที่มือขาดนั้น ร้องโหยหวน ด้วยความเจ็บปวดอย่างมาก เมื่อคุณตาได้เห็นเช่นนั้น ก็ตกใจวิ่งขึ้นบ้านไปนอนคลุมโปง ท่องบทสวดมนต์จนหลับไป คุณตาบอกว่า มารู้สึกตัวอีกทีตอนเช้าแล้ว ก็ได้ยินเสียงคุณทวดตะโกนเรียก ก็ลุกไปดู ปรากฏว่าเห็นต้นไทร ที่อยู่ใกล้กับศาลโดนฟ้าผ่า จนกิ่งใหญ่หักมาทับศาล ทำให้ยอดศาลหัก ต้องมาทำการซ่อมแซมศาลกันใหม่ และต้องตัดกิ่งต้นไทร ที่ยื่นมาเหนือศาลออก ต้องเหนื่อยอยู่พักใหญ่ กว่าจะจัดทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง คุณตาบอกว่า สิ่งที่คุณตาได้เห็นนั้น มิใช่ความฝันแน่นอน เรื่องที่คุณตาเล่าให้ฟังนั้น อาจจะมิใช่เหตุการณ์ที่พึ่งเกิด อาจจะเกิดมานานแล้ว รุกขเทวาท่านอาจจะเป็น ไม้เบื่อไม้เมากับพระภูมิท่านก็ได้ เพราะว่าครูบาอาจารย์ท่านห้ามนักห้ามหนาว่า ไม่ควรที่จะตั้งศาลใต้ต้นไม้ใหญ่ หรือ ใกล้ต้นไม้ใหญ่ อาจจะเป็นเพราะเหตุนี้ก็เป็นได้