หมอดูกรุงสยามผู้เชี่ยวชาญด้านการตั้งศาลพระภูมิ

 
 

การจารยันต์ดวง

          ในสมัยโบราญนั้น เหล่าแม่ทับนายกอง นิยมที่จะหาพระเกจิ ที่มีอาคมขลัง เขียนดวงพิชัยสงครามแล้วนำพกติดตัว หรือ ท่านที่มีบารมีมาก เช่น พวกแม่ทับนายกองต่างๆ เมื่อเขียนดวงพิชัยสงครามแล้ว จะนำยันต์ดวงนั้น ไปใส่ไว้ใต้ฐานพระประธาน เพราะมีความเชื่อว่า ท่านจะช่วยคุ้มครองดวงของตัวเอง ให้มีความปลอดภัยจากศึกสงคราม แต่ในปัจจุบันนี้จะไม่นิยมใช้ การจารยันต์ดวงพิชัยสงคราม แต่จะใช้การจารยันต์ดวง มหาโภคทรัพย์ เข้ามาแทนที่ เนื่องจากในสมัยนี้ ไม่ต้องออกศึกสงครามที่ไหน อ.ที่จะทำการยันต์ดวง พิชัยสงครามนั้นต้องมีความรู้ ในทางไสยศาสตร์ โหราศาสตร์ การออกฤกษ์ อักขระเลขยันต์ และเป็นผู้ปฏิบัติกรรมฐานอย่างเอกอุ  ตัว อ. ที่เขียนยันต์ดวงนั้น ท่านจะเป็นได้ทั้งฆราวาส พระสงฆ์ หรือ พระผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ก็ได้เช่นกัน   วิธีการจารยันต์ดวงของท่านนั้น ทุกท่านต้องใช้เหล็กจารยันต์ดวง หรือ มีดหมอที่ผ่านพิธีกรรมมาเพื่อทำการยันต์ดวงโดยเฉพาะ เหล็กจาร หรือ มีดหมอ ที่นำมาจารยันต์ดวงนั้น ต้องหลอมมาจากวัตถุอาถรรพณ์ ขึ้นอยู่ว่า ครูใหญ่ท่านจะกำหนดว่า ต้องใช้อะไรที่จะต้องนำ มาหลอมเป็นเหล็กจารยันต์ดวง หรือ มีดหมอที่ใช้ในการจารยันต์ดวง ก็แล้วแต่ครูใครก็ครูมัน ศิษย์ก็ต้องทำตาม คำที่ครูใหญ่ท่านกำหนดทุกอย่าง ห้ามขาดของ สิ่งหนึ่งสิ่งใดเด็ดขาด  หรือ มีดหมอมาแล้ว ก็ต้องนำเอา เงิน ทอง นาค มาหลอมไฟ ตี ให้เป็นแผ่น ซึ่งที่เราได้ยินกันจนชินหูว่า แผ่นเงิน แผ่นทอง แผ่นนาค ซึ่งในสมัยโบราญนั้น ถ้าต้องการใช้ ต้องวุ่นวายมากในการทำขึ้นมา แต่ในสมัยนี้ สบายมากครับ มีขายตามร้านทั่วไป เมื่อได้ แผ่นเงิน แผ่นทอง แผ่นนาค มาแล้ว อ. ผู้ทำพิธี ต้องดูฤกษ์ว่า จะใช้ฤกษ์เวลาอะไร ในการจารยันต์ดวง ซึ่งก็ต้องขึ้นอยู่ว่า จะนำแผ่นดวงนี้ ไปใช้ในทางไหน เช่น ต้องการให้ตัวของเจ้าของดวงมีอำนาจ มีบารมี อ. ก็จะลงเหล็กจารยันต์ดวง ในฤกษ์ เพ็ชฆาตฤกษ์ ถ้าต้องการให้ชีวิตอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข อ. ก็จะลงเหล็กจารยันต์ดวง ในฤกษ์ สมโนฤกษ์ แต่ถ้าต้องการความร่ำรวย อ. ท่านก็จะลงเหล็กจารยันต์ดวง ในฤกษ์ มหัทธโนฤกษ์ เป็นต้น ในเวลาจารยันต์ดวงนั้น อ. ที่ทำการยันต์ดวง ต้องท่องคาถากำกับ อักขระเลขยันต์อยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งทำการจารยันต์ดวงจนเสร็จ ในเวลาฤกษ์ที่กำหนด
แต่มาถึงในสมัยนี้ อ. ที่มีความรู้ทางด้าน อักขระเลขยันต์ ไสยศาสตร์ โหราศาสตร์ และในเรื่องของฤกษ์ยาม รวมถึงมีความรู้ทางด้านกรรมฐาน ในตัวคน คนเดียวกัน หาได้ยากเต็มที     นอกจากการที่นำเอายันต์ดวง ใส่ไว้ในใต้ฐานพระแล้ว ที่ทำกันอีกอย่างหนึ่ง คือ เขาเอายันต์ดวง ใส่ไว้ใต้ศาลพระภูมิ เพื่อที่ว่า เมื่อดวงตกพระภูมิ ท่านจะได้ช่วยหนุนดวงของเจ้าของบ้าน มิให้ตกต่ำ หรือ จากหนักให้เป็นเบา แต่การนำเอายันต์ดวงของเจ้าของบ้าน ใส่ไว้ใต้ศาลพระภูมินั้น เป็นเหมือนดาบสองคม คือ ถ้าเกิด อ. ที่ทำการตั้งศาลกำหนดสถานที่ ตั้งศาลได้ดีก็ดีไป แต่ถ้ากำหนดที่ ตั้งศาลผิดทิศ ผิดทาง ไปตั้งศาลในตำแหน่ง ที่ให้โทษกับเจ้าของบ้าน ก็จะเกิดโทษกับเจ้าของบ้านเป็นสองเท่า เพราะฉะนั้น ถ้าคิดจะนำเอาดวงตัวเอง ใส่ไว้ใต้ศาล ก็ต้องแน่ใจนะครับว่า อ. ที่มาทำพิธีให้นั้นท่านสามารถกำหนดที่ตั้งศาล โดยถูกต้องไม่ผิดพลาด เพราะถ้าผิดพลาด เจ้าของบ้านที่เอาดวงตัวเอง ใส่ไปใต้ศาล จะมีปัญหาในชีวิต ไม่มีที่สิ้นสุด ต้องมาตามแก้ไขกันให้วุ่นวาย ต้องเสียเงิน เสียทอง ในสิ่งที่ไม่สมควร ที่จะต้องเสียอีก เป็นเงินจำนวนมาก