หมอดูกรุงสยามผู้เชี่ยวชาญด้านการตั้งศาลพระภูมิ

 
 

อ.ที่ไม่มีความรู้ในเรื่องของพิธีกรรมโบราณ

          ในปัจจุบันนี้ มีผู้ที่มีความรู้ทางด้านฮวงจุ้ย หรือ โหราศาสตร์ เป็นจำนวนมาก ที่มารับทำพิธีกรรม เกี่ยวกับการตั้งศาล ยกเสาเอก และพิธีกรรมต่าง ๆ อีกมากมาย ในสมัยก่อนนั้น ซินแสที่ดูฮวงจุ้ย ท่านจะไม่รับตั้งศาลพระพรหม ศาลพระภูมิ ศาลเจ้าที่ หรือทำพิธีกรรมต่าง ๆ เป็นอันขาด นอกจากการตั้งศาลตี่จู้เอี๊ยะ เพียงอย่างเดียว ส่วนศาลอื่น ๆ นั้น ท่านจะให้เป็นหน้าที่ของพราหมณ์ หรือโหราจารย์ เพราะท่านไม่มั่นใจในการทำ ท่านรู้ว่าแต่ละศาสตร์นั้น จะมีข้อกำหนดกฎเกณฑ์ ข้อห้ามแตกต่างกันออกไป ไม่เหมือนกัน แต่ในสมัยนี้ทุกอย่างเป็นธุรกิจ ผู้ที่มีความรู้ที่เรียกตัวเองว่า อาจารย์ส่วนมากจะขาดความรับผิดชอบ ขาดจรรยาบรรณในอาชีพของตัวเอง ในเรื่องที่ตัวเองไม่มีความรู้ หรือรู้ไม่จริง ก็ยังดึงดันที่จะรับอาสา ท่านเจ้าภาพในการประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ หวังแต่เพียงว่า ให้ได้งานจากท่านเจ้าภาพ เพื่อจะได้เงินค่าครูที่ตัวเองจะได้รับ อาจารย์ที่รู้โหราศาสตร์ หรือ ซินแสที่ดูฮวงจุ้ย ท่านจะรับทำพิธีกรรมตั้งศาลด้วย แต่จะใช้เอาหลักของการตั้งศาลตี่จู้เอี๊ยะมาประยุกต์ ท่านจะดูว่า ข้างหลังของศาลจะต้องอิงกับทิศที่เป็นมงคล ในหล่อแก กี่องศา เราจะสังเกตได้ว่า การตั้งศาลแบบ อ. ฮวงจุ้ยนั้น ท่านจะตั้งศาลเอียง ๆ จะไม่ตรงกับหน้าบ้านเท่าไรนัก ส่วน อ.ที่ท่านเป็นเรื่องของโหราศาสตร์นั้น ท่านจะดูจากดวงหรือทักษายุค ว่าทิศไหนเป็นกาลกิณีกับท่านเจ้าของบ้าน หรือตั้งดวงโหราศาสตร์ไทย แล้วดูว่า ท่านเจ้าของบ้าน ควรที่จะตั้งศาลในทิศใด ทิศไหนในดวงที่ไม่ดี เป็น อริ มรณะ วินาศ กาลกิณี ก็จะไม่ตั้งศาลในทิศนั้น ส่วนเรื่องของการเชิญเทพเทวานั้น ทาง อาจารย์ หรือ ซินแส ก็จะไปจ้างพวกพราหมณ์ หรือโหราจารย์ที่ท่านมีความรู้ในเรื่องของพระเวทย์ ให้มาอ่านโองการเชิญเทพเทวาเท่านั้น ในส่วนอื่น ๆ ท่านจะเป็นผู้ทำทั้งหมด ที่ท่านต้องทำเองก็เพราะ กลัวว่าท่านเจ้าภาพจะจับได้ว่า ท่านไม่ได้มีความรู้ในพิธีกรรมเลย ก็เลยต้องมีส่วนร่วมในการประกอบพิธีกรรมบ้าง ไม่มากก็น้อยเพื่อที่ท่านเจ้าภาพจะได้ไม่สงสัยว่า ตัวอาจารย์ที่รับงานนั้น ทำพิธีกรรมไม่เป็นไงครับ ท่านเจ้าภาพที่เจออย่างนี้ ก็แย่เหมือนกันครับ เพราะฉะนั้นเมื่อรู้อย่างนี้แล้ว ก็ดูให้ดี ๆ นะครับ ตาดีได้ ตาร้ายเสีย